วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554

วิกฤต&โอกาส ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ณ วันนี้ บอกได้เลยว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (แนวราบ) บ้านจัดสรร
โครงการต่างๆที่ขึ้นกันราวกับดอกเห็ด รอบล้อม กทม อยู่เขตชานเมือง
สร้างขวางทางน้ำบ้าง ถมคลองระบายน้ำสร้างขึ้นมาบ้าง
วันนี้ธรรมชาติลงโทษเข้าให้แล้วซิครับ น้ำท่วมกันทั่วถ้วนหน้า
เฟอร์นิเจอร์ทั้ง Build In ทั้ง สำเร็จรูป ที่บรรจงแต่ง ต้องละลายไปกับสายน้ำ
ผมคิดว่า เจ้าของบ้านเล่านี้คงมีความคิดไว้ในใจว่า(ขายๆ ขายๆ ไม่เอาแล้ว ไม่อยู่แล้ว กลัวๆๆ ลำบาก)
ย้ายหนีไปอยู่ คอนโด ดีกว่า สะดวกปลอดภัย อย่างน้อยก็มีเพื่อนร่วมงานๆ และญาติๆผมอีกหลายต่อหลายคน ที่คิดเช่นนี้ สำหรับใครอยากได้บ้านหลังแรก ราคาถูกๆ ให้รอ บ้านมือสองนะครับ หลังจากน้ำลด ราคาบ้าน ร่วงเยอะแน่นอนครับ โดยเฉพาะพื้นที่ที่โดนน้ำเต็มๆ สำหรับใครที่มองหาคอนโด ระวังให้ดี เขตที่ น้ำมาไม่ถึงราคาจะพุ่งมากๆครับ ด้วยจุดขายที่ว่า "น้ำท่วมไม่ถึง" สะดวกใกล้ย่านธุรกิจ และห้างสรรพสินค้า ช่วงนี้เฟอร์นิเจอร์ สำเร็จรูป ราคากันเอง บูมครับ ประชาชนต้องปฏิสังขรณ์ บ้านกันยกใหญ่
ดังนั้นนะครับ ฟันธงกันไปเลยว่า ช่วงนี้ หลังน้ำลด ตลอดไปจน ปลายปี 2012 หุ้นอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มธุรกิจแนวดิ่ง(คอนโด) จะพุ่งพวดกำไรดีแบบเทน้ำเททา โดยเฉพาะเจ้าดังยักษ์ใหญ่ ส่วนหุ้นกลุ่มธุรกิจแนวราบ(บ้านจัดสรร) จะกลับกันครับ เพราะต้องใช้เงินทุนและระยะเวลาจำนวนมหาศาลในการฟื้นฟูโครงการ ความเชื่อมั่น+ความพึงพอใจของลูกค้า อีกมหาศาลเลยทีเดียว ก็เรียกได้ว่าเจ็บตัวไปตามๆกัน ใครกันจะกล้ามาซื้อบ้านในช่วงวิกฤตเช่นนี้ เป็นใครก็ต้องรอดู สังเกตการณ์ไปก่อน เชื่อผมเถอะ!!

วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554

Risk Life (ชีวิตเสี่ยงๆ)

 ความเสี่ยง(Risk) เราพอจะมีความเข้าใจกับคำๆนี้พอสมควร
พอพูดถึงคำๆนี้ คุณอาจจะนึกถึง โรคติดต่อร้ายแรง, ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
อุบัติเหตุต่างๆ ที่ทำอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของคุณ
งานเสี่ยงๆคืองานที่เอาชีวิตเข้าเดิมพัน และแขวนไว้บนเส้นด้าย
ทำเพื่อแลกกับเงิน เช่น งานร้อยสายไฟฟ้าแรงสูง ที่ต้องเดินบนสายไฟฟ้า
งานเช็ดกระจก ทำความสะอาดอาคารสูงตึกสูง งานก่อสร้าง
งานผาดโผนต่างๆ แต่ยัง! ยังไม่หมดนะครับ
สงครามยุคใหม่ เขารบกันแบบเย็นๆ หมดยุคแล้วครับ ที่จะยกพล ยกกองกำลัง
ยุทโธปกรณ์ไฮเทค เขาทำลาย ล้างผลาญกัน เปลืองเงิน เปลืองกำลัง เปลืองชีวิต
เดี๋ยวนี้เขาเริ่มเปลี่ยนการรบแล้วนะครับ อาวุธส่วนใหญ่เริ่มจะไม่ใช้มนุษย์แล้วนะ
สังเกตดูเอา "เครื่องรบไร้คนขับ" เขาก็มีกันแล้ว ชีวิตๆหนึ่งกว่าจะเกิดขึ้นมาได้
ยากนะครับ กว่าจะฝ่าดงสเปิร์มมาเกิดได้ กี่แสนล้านตัว(ก็เรียกได้ว่าฝ่าดงสเปิร์มมาเกิด)
สงครามยุคใหม่โจมตีและจู่โจมกันด้วยการเงินครับ ใครแพ้เป็น Slave 555
"เอ็งแพ้ เอ็งต้องตกเป็นเบี้ยล่าง เซ็นสัญญาซะ กู้เงินไป แล้วก็จงส่งบรรณาการมาซะโดยดี(ดอกเบี้ย)
ยังจำ ปี 2540 ได้ไหม คนฆ่าตัวตายกันกี่คนนะ? เยอะนะนั้น
ถามว่า แล้วคนที่ทำงานบริษัทละ พนักงานออฟฟิช นั่งห้องแอร์เย็นๆ
สบายๆ ชิลๆ เรื่อยๆ เงินเดือนเยอะๆ โบนัสงามๆ
เข้า-ออกงานเป็นเวลา เช้าๆฝ่าดงรถติด เย็นๆฝ่าดงรถติด
มาทำงานก็ทันเวลา ไม่เคยสาย ลา ขาด แต่ทำไมโดน"ไล่ออก" นะ
ขึ้นชื่อว่า ยอดมนุษย์เงินเดือน SalaryMan ไม่ว่าจะเป็น CEO ผู้จัดการ
หลายต่อหลายคน เงินเดือนเป็นแสนนะครับ เป็นล้านก็มี
ถามว่าพวกเขาเหล่านี้ บุคคลชนชั้นกลาง บุคคลผู้ซึ่งมีการศึกษาดี บุคลิกดี
หน้าที่การงานดี มีความเสี่ยงไหม บอกได้เต็มๆปากเลยครับ ว่า"มี"
สตีฟ จ๊อพ CEO Apple ยังเคยโดนไล่ออกจากบริษัทที่ตัวเองเป็นผู้ก่อตั้ง
บริษัทไม่ได้เป็นของเรานะครับ แต่ว่าเป็นของเขา(เจ้าของบริษัท)
ชีวิตเราขึ้นอยู่กับเขา(เจ้าของบริษัท) แขวนอยุ่ที่เขาแล้วล่ะ
แต่เราก็หลงระเริง คิดว่ามั่นคง(คิดไปเอง)
แล้วก็เริ่มสร้างฐานะ(ปลอมๆ)
พอเก็บเงินได้ โบนัสออก ก็เอาเงินไปซื้อรถหรู(ทั้งที่ขับได้ทีละ 10 เมตร/5นาที ใน กทม.)
ค่าน้ำมันขึ้นทุกวัน ค่าซ่อมบำรุงตามอายุการใช้งาน
ซื้อบ้านหรูที่ต้องผ่อนกันยาวๆสบายๆ(20-30 ปี)
ในขณะที่เงินเดือนคงที่ ขึ้นบ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง
วันนี้คุณ เก็บเงินไปซื้อหนี้แล้วหรือยัง
ถ้าซื้อแล้ว ขอแสดงความยินดีกับชีวิตเสี่ยงๆด้วยนะครับ

โปรดจงใช้ชีวิตเสี่ยงๆ อย่างระมัดระวังนะครับ

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2554

Bonus

วันนี้ มีแบบสอบถาม เรื่องการออกเงินโบนัสประจำปี ทางผู้บริหารและคณะกรรมการ
มีมติให้เปลี่ยนจาก ปีละ 2 ครั้ง เป็นปีละครั้ง ก็เลยมีแบบสอบถามมาถามพนักงาน
ผมเห็นดังนั้น ก็เลยจัดหนักเลยซิครับ ไหนๆก็จะออกแล้วทิ้งทวนซะหน่อย(จะได้ไม่ลืมกัน 555)
ร่ายยาวเลยครับในช่องแสดงความคิดเห็น บริษัทผมขึ้นเงินเดือนให้พนักงานปีละ 500-300 บาท
ผมก็เลยใส่ไม่ยั้ง การขึ้นเงินเดือนพนักงาน ควรพิจารณา อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศด้วย เพราะเงินมีมูลค่าลดลงทุกปี
จำได้ไหมว่า แต่ก่อน ข้าวจานละ 10 บาท เดี๋ยวนี้ มัน 35 บาทแล้ว
น้ำมันแต่ก่อน ลิตรละ 8 บาท เดี๋ยวนี้ลิตรละ 30 กว่าบาทแล้ว
ไม่ทราบว่าท่านผู้บริหารและคณะกรรมการ มีความรู้เรื่อง Financial กันบ้างหรือไม่
ถ้าขาดคุณสมบัติและความรู้เหล่านี้ รบกวนช่วยพิจารณาเรื่องนี้ควบคู่กับเรื่องเงินโบนัสด้วยนะครับ
เปิดกะลาสักกะนิด ก่อนคิด management